100 อันดับเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 โดย billboard.com

ต้องยอมรับว่าปี 2017 นั้นเป็นปีที่มีศิลปินหน้าใหม่เข้ามาฟาดฟันในอุตสาหกรรมเพลงหลายคนเลย และอีกทั้งยังเป็นปีที่ตัวแม่มาสู้กันดุเดือดมากจนเรียกได้ว่าเป็นสงครามชะนีเดือดอีกปีหนึ่ง ไม่ว่าจะ Taylor Swift, Katy Perry, P!nk, Miley Cyrus, Ke$ha, Lorde ซึ่งสร้างความคึกคักให้อย่างมากมายในวงการดนตรี รวมถึงปีนี้ยังเป็นปีทองของเพลงแร็ปด้วย ไม่ว่าจะ Cardi B กับ Bodak Yellow และ Kendrick Lamar ที่สร้างปรากฎการณ์มากมาย และจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเพลงดังประจำปีอย่าง “Shape of You” และ “Despacito” จะอยู่อันดับไหนในจัดอันดับเพลงยอดเยี่ยมประจำปีนี้ มาดูกัน!

 

100. Lady Gaga, “The Cure”

99. The Killers, “The Man”

98. Julien Baker, “Turn Out the Lights”

97. Halsey feat. Lauren Jauregui, “Strangers”

96. Justin Bieber & BloodPop, “Friends”

95. Smino, “Anita”

94. Dej Loaf, “No Fear”

93. Tash Sultana, “Jungle”

92. SOPHIE, “It’s Okay to Cry”

91. JAY-Z, “4:44”

90. Bonobo feat. Rhye, “Break Apart”

89. Vince Staples, “Big Fish”

88. Ozuna, “Se Preparo”

87. The Chainsmokers, “Paris”

86. Greta Van Fleet, “Black Smoke Rising”

85. 21 Savage, Offset & Metro Boomin, “Ghostface Killers”

84. Imagine Dragons, “Thunder”

83. Tee Grizzley, “First Day Out”

82. Daniel Caesar feat. Kali Uchis, “Get You”

81. Alice Merton, “No Roots”

80. Arcade Fire, “Everything Now”

79. Dagny, “Love You Like That”

78. Big Sean, “Bounce Back”

77. SZA, “The Weekend”

76. Chris Stapleton, “Second One to Know”

75. Miley Cyrus, “Malibu”

74. Marshmello feat. Khalid, “Silence”

73. Becky G feat. Bad Bunny, “Mayores”

72. The xx, “Say Something Loving”

71. Maren Morris, “I Could Use a Love Song”

70. Miguel, “Told You So”

69. Migos, “T-Shirt”

68. Maluma, “Felices Los 4”

67. Post Malone feat. 21 Savage, “Rockstar”

66. Rex Orange County, “Loving Is Easy”

65. Mura Masa feat. A$AP Rocky, “Love$ick”

64. LCD Soundsystem, “American Dream”

63. Kelela, “LMK”

62. Playboi Carti, “Magnolia”

61. Taylor Swift, “Getaway Car”

60. Demi Lovato, “Daddy Issues”

59. Calvin Harris feat. Pharrell, Katy Perry & Big Sean, “Feels”

58. Frank Ocean feat. JAY-Z, “Biking”

57. Little Big Town, “Better Man”

55. Japandroids, “North East South West”

54. Charlie Puth, “Attention”

53. French Montana feat. Swae Lee, “Unforgettable”

52. Father John Misty, “Pure Comedy”

51. Tove Lo, “Disco Tits”

50. 21 Savage, “Bank Account”

49. BTS, “DNA”

48. yaeji, “raingurl”

47. P!nk, “Beautiful Trauma”

46. Logic feat. Alessia Cara & Khalid, “1-800-273-8255”

45. GoldLink feat. Brent Faiyaz & Shy Glizzy, “Crew”

44. Shawn Mendes, “There’s Nothing Holdin’ Me Back”

43. Sam Hunt, “Body Like a Back Road”

42. Sigrid, “Don’t Kill My Vibe”

41. Ed Sheeran, “Shape of You”

40. N.E.R.D. feat. Rihanna, “Lemon”

39. Kygo feat. Selena Gomez, “It Ain’t Me”

38. Perfume Genius, “Slip Away”

37. DJ Khaled feat. Rihanna & Bryson Tiller, “Wild Thoughts”

36. iLoveMakonnen feat. Rae Sremmurd, “Love”

35. Charli XCX, “Boys”

34. Bruno Mars, “That’s What I Like”

33. MUNA, “I Know a Place”

32. Sampha, “(No One Knows Me) Like the Piano”

31. Kendrick Lamar, “DNA.”

30. St. Vincent, “Los Ageless”

29. Paramore, “Hard Times”

28. SZA feat. Travis Scott, “Love Galore”

27. Niall Horan, “Slow Hands”

26. Frank Ocean, “Chanel”

25. Carly Rae Jepsen, “Cut to the Feeling”

24. JAY-Z, “The Story of O.J.”

23. Taylor Swift, “Gorgeous”

22. Dua Lipa, “New Rules”

21. Drake, “Passionfruit”

20. Francis & the Lights feat. Chance the Rapper, “May I Have This Dance” (Remix)

เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นมาจากประโยคเดียวที่วนอยู่ในหัวของ Francis Starlite “Give me one more chance!” และก็ยาวมาถึงเดือนพฤษภาปี 2017 ที่ได้ Chance The Rapper และ Lil Chano มาช่วยแต่งท่อนที่เหลือให้ ซึ่งทำให้เพลงออกมาหวานมาก มากจนเอาไปใส่ในงานแต่งได้เลย ซึ่งถามว่าทำไมถึงหวานได้ขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่าหนุ่ม Chance The Rapper ได้อินกับความรักอบอวลของความเป็นพ่อให้กับลูกสาวอายุ 2 ขวบของเขา จนออกมาเป็นเพลงได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เพลงนี้แม้จะดูเยอะไปหมด แต่มันไปด้วยกันได้อย่างเหลือเชื่อ และเพลงออกมาดีงามมากๆเลยล่ะคุณ

 

19. Camila Cabello feat. Young Thug, “Havana”

เพลงเกี่ยวกับบ้านเกิดเมือง Havana ประเทศคิวบาของเธอ และได้พาให้สาว Camila Cabello ไปอยู่จุดที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จสำหรับอาชีพ “นักร้องเดี่ยว” ของเธอ แซงหน้าอดีตเพื่อนๆวง Fifth Harmony ไปแบบแทบไม่เห็นฝุ่น

 

18. Kesha, “Praying”

หลังจากผ่านช่วงเวลาที่แสนเลวร้ายของชีวิต จากประเด็นที่นักร้องสาวสุดแกร่ง Kesha ตัดสินใจเปิดโปงเรื่องที่เธอโดนโปรดิวเซอร์ Dr.Luke ข่มขืนและฟ้องร้องค่ายเพลง Sony ให้ปล่อยเธอ ถึงแม้ว่าจะแพ้คดี แต่ก็ได้ทำให้เกิด ‘Social Movement’ ต่างๆเกี่ยวกับประเด็นคุกคามทางเพศในเวลาต่อมา โดยในเพลง “Praying” เคช่าได้แสดงพลังเสียงและฝีมืออย่างเต็มที่จนทำให้เพลงออกมาทรงพลังแบบที่ไม่มีใครคาดคิดว่าอดีตสาวลุคขี้เมาอย่าง Kesha จะทำได้

 

17. Zedd & Alessia Cara, “Stay”

Alessia Cara ได้ประกาศศักดาในวงการเพลงป๊อปอย่างเต็มที่ในปี 2017 เพราะนอกจากเธอได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขานักร้องหน้าใหม่ยอดเยี่ยมไม่พอ เธอยังได้อวดเสียงร้องเพราะๆในเพลงฮิต “1-800-273-8255” นอกจากนี้เพลง “Stay” ที่ได้ร่วมงานกับดีเจหนุ่ม Zedd ที่เรียกได้ว่าฮิตถล่มทลายจนฆ่าเพลงแนว Pop-Dance อื่นๆในช่วงนี้ตายไปหลายเพลง

 

16. Future, “Mask Off”

ด้วยกระแสของ Meme Viral ที่ส่งให้เพลงนี้ไปติดหูผู้ฟังและไต่ไปได้สูงถึงอันดับ 11 บนชาร์ตบิลบอร์ด ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดที่ Future เคยส่งเพลงไปถึงด้วย ด้วยเสียงแบ๊คกราวด์ของเครื่องดนตรีฟลูต(หรือขลุ่ย)ที่่ชวนฟังเพลินๆให้อารมณ์เหมือนอยู่ในหมู่บ้านซามูไร อีกทั้งจังหวะเพลง Trip-Hop ที่กำลังฮิตๆในพ.ศ.นี้ด้วย

 

15. Migos feat. Lil Uzi Vert, “Bad and Boujee”

ระดับดีกรีเคยไต่ถึงอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด โดยใช้เวลานานกว่า 3 เดือนถึงสั่งสมบารมีเบียดตัวท็อปๆกระจุย ซึ่งเหตุผลที่ใช้เวลานานขนาดนี้ก็มาจากท่อนฮุคที่ต้องใช้เวลาพักใหญ่ถึงจะเข้าไปวนอยู่ในหัวของผู้ฟัง และพอท่อนฮุคเพลงนี้เข้าไปในหัวได้สำเร็จ คือจบเกมส์ค่ะ เพราะมันจะวนอยู่ในอยู่อย่างนั้น ทั้งนี้ต้องขอบคุณกระแส Viral ด้วยที่ส่งเพลงนี้ดัง

 

14. Childish Gamino, “Redbone”

ซิงเกิลที่สองจากอัลบั้ม “Awaken, My Love!” ซึ่งภายใต้หน้าปกอัลบั้มที่หลอนๆนั้น ความเจ๋งคือ Childish Gamino นั้นได้ใช้ศักยภาพการร้องแบบเต็มที่ เพราะปกตินั้นเขาเป็นแร็ปเปอร์ค่ะคุณ และถึงแม้เพลงนี้จะถูกปล่อยมาในปลายๆปี 2016 แต่ทว่ากลับได้รับความนิยมมากซัมเมอร์ที่ผ่านมา ไต่ไปถึงอันดับ 12 และมียอดขายสูงถึงระดับ 3x Platinum ถือว่าเป็นบัลลาดเจ๋งๆอีกเพลงที่มีดีกรีเข้าชิงรางวัลแกรมมี่เพลงยอดเยี่ยมแห่งปี

 

13. Lorde, “Green Light”

Lorde นั้นเคยถูกตำนานผู้ล่วงลับอย่าง “David Bowie” กล่าวไว้ว่าเธอนี่แหละ จะเป็นอนาคตของวงการดนตรี ซึ่งจากอัลบั้มเมื่อปี 2013 “Pure Heroine” ที่เธอมาในอารมณ์ของวัยรุ่นที่ยังสับสนยังวุ่นวาย มาในอัลบั้มนี้ปี 2017 “Melodrama” ในวัย 21 ปี อัลบั้มนี้ได้ผสมไปด้วยชัยชนะและความผิดพลาดของวัยผู้ใหญ่ที่ Lorde ได้ประสบมา ซึ่งนั่นรวมถึงการเที่ยวบาร์ แต่งหน้าในรถ ตื่นเช้าใน “different bedroom” และแน่นอนเฮิร์ทสุดๆจากการอกหัก ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดในเสียงร้องที่เป็นจังหวะและเพลงที่หุนหันพลันแล่น ผลลัพธ์ออกมาเป็นงานเพลงที่ชวนตื่นเต้นทั้งยังแฝงไปด้วยความพิศวง ซึ่งแสดงถึงจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของการโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างดี

 

12. Khalid, “Location”

Khalid เป็นหนึ่งในศิลปินมาแรงของปี 2017 แรงถึงขั้นได้ถูกเสนอเข้าชิงรางวัน Grammy อะเธอ ซึ่งเพลงแรกที่พาฮีดังเลยก็คือเพลงนี้ Location ซิงเกิลเปิดตัวของช่วงท้ายปี 2016 แต่พึ่งมาดังยาวในช่วงปี 2017 มียอดขายระดับ Platinum และไต่ไปสูงถึงอันดับ 16 บนบิลบอร์ด โดยเพลงนี้โดยใจวัยรุ่นยุคใหม่มาก เพราะพูดถึง Relationship ของคนยุคใหม่ที่รักกันผ่านโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยี

 

11. Julia Michaels, “Issues”

หลังจากแต่งเพลงให้ศิลปินตัวท็อปๆหลายคนมานาน เช่น Justin Bieber, Britney Spears และ Selena Gomez มาครั้งนี้เธอได้ออกมาสู่สปอตไลท์บ้างแล้วกับเพลงบัลลาดใสๆน่ารักๆที่ใครๆก็อินได้ แต่ความเจ๋งคือเนื้อเสียงของ Julia Michaels ที่บางเบาแต่ควบคุมเสียงได้กว้างมาก ซึ่งดีกรีเพลงนี้ก็ไม่ธรรมดานะจ๊ะ ไต่ไปถึงอันดับ 11 ของชาร์ตบิลบอร์ดเชียวล่ะ ไต่สูงกว่าทุกเพลงที่แต่งให้ชาวบ้านเขาอีก

 

10. Portugal. The Man, “Feel It Still”

หลังจากทำเพลงมาตั้งแต่ปี 2006 ในที่สุดวงร็อกอินดี้ Portugal. The Man ก็ได้รับความสนใจเสียที จากแนวเพลงป๊อปร็อกที่จังหวะชวนโยกย้าย ที่ขึ้นอันดับหนึ่ง “Alternative Songs Chart” นานที่สุดจนทำลายสถิติของ “Madness” วง Muse ได้ ถือว่าไม่ธรรมดา

 

9. The Weeknd feat. Daft Punk, “I Feel It Coming”

หลังจากเคยร่วมงานกันแล้วในเพลง Starboy มาครั้งนี้ The Weeknd และ Daft Punk ก็กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในเพลง I feel It Coming ซึ่งในเพลงนี้มีกลิ่นอายยุค 80’s แนวๆ Vaporwave อยู่หน่อยๆ และในเพลงนี้ The Weeknd ยังได้ใช้อินเนอร์ของ Michael Jackson ในตัวเขาด้วย อีกทั้งยังไม่ใช้ mood ดิ่งๆเศร้าๆแบบที่ปกติฮีจะใช้ด้วย ครั้งนี้ฮีกลับใช้น้ำเสียงงกระปี้กระเป่า ซึ่งผนวกเข้ากับ Daft Punk ที่มาช่วยทำดนตรียุค 80’s แล้ว ยิ่งช่วยส่งให้เพลงโรแมนติคมากขึ้นไปอีก

 

8. Harry Styles, “Sign of the Times”

หลังจากเปิดตัวมาเป็นศิลปินเดี่ยว หนุ่ม Harry Styles ก็ได้พลิกความคาดหมายของทุกๆคน ด้วยการทำเพลง Power Ballad ในแนวร็อก ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะปี 2017 และด้วยความยาวของเพลงที่เกือบๆ 6 นาที มีกลิ่นอายของร็อกสตาร์ในตำนานอย่าง David Bowie และ Queen มากๆ เรียกได้ว่าเขาตั้งใจจะทิ้งภาพบอยแบนด์ป๊อปสตาร์ไปจริงๆ หนุ่มแฮร์รี่บอกด้วยว่าแรงบันดาลใจของเพลงนี้มาจากคุณแม่ที่กำลังเสียชีวิตจากการคลอดบุตร ถึงว่าเพลงมันทรงพลังมากๆ

 

7. J Balvin & Willy William feat. Beyonce, “Mi Gente” (Remix)

ให้เขารู้ไปว่าปีนี้อิมแพคของเพลงฝั่งละตินรุนแรงขนาดไหน ซึ่งนอกจาก Despacito ที่บูมไปทั่วโลกก็มีเพลงนี้ที่ติดอันดับท็อปๆของเพลงที่ถูกเปิดบ่อยที่สุดแห่งปี 2017 ใน Spotify ซึ่งปังตั้งแต่ก่อนยานแม่ Beyonce จะมาร่วมงานแล้ว พอแม่มาปุ๊บเพลงนี้ยิ่งปังเลยในฝั่งเมกา โดยเฉพาะท่อน “J. Balvin. Willy William. Beyoncé.” — ก่อนจะ “FREEZE!” ที่ฝั่งคนฟังในเมกาติดใจกันสุดๆ

 

6. Kendrick Lamar, “HUMBLE.”

ไม่ว่าจะฟังอะไรมาก่อนหน้า บอกเลยว่าเพลงนี้มาเพื่อล้างหูด้วยความยียวนที่แท้จริง เพลงแรกของหนุ่ม Kendrick Lamar ที่ได้อันดับหนึ่งบิลบอร์ด ด้วยความแซะความจิกกัดเรื่องในสังคมอย่างเผ็ดร้อน ทำให้เป็นหนึ่งในเพลงแร็ปที่โดดออกมาจากแนวเพลงแร็็ปทั่วไป

 

5. Lil Uzi Vert, “XO TOUR Llif3”

บิลบอร์ดบอกว่าเพลงนี้คือเพลงประจำช่วงซัมเมอร์เลยในปี 2017 เพลงนี้นั้น Lil Uzi Vert อัดระหว่างที่ไปออกทัวร์กับ The Weaknd ซึ่งด้วยจังหวะเพลงที่มันออกจะเศร้าๆหน่อย แต่ทว่าไม่ได้เศร้าถึงขั้นงานศพ เรื่องแปลกคือที่เมกาฮิตเพลงนี้มาก ติดปากร้องท่อน “Push me to the edge/ All my friends are dead.” กันสุดๆ มันก็คงแปลกๆดีอยู่นะที่ได้ยินคนในคลับร้องเพลงเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า, การติดยากล่อมประสาท, ความคิดอยากฆ๋าตัวตายและเพื่อนที่ตายไปแล้ว มาอยู่จุดนี้กันได้ไงก็ไม่รู้เนอะ 5555

 

4. Luis Fonsi & Daddy Yankee feat. Justin Bieber, “Despacito” (Remix)

เพลงฮิตแห่งปี 2017 ที่ตีคู่มากับ Shape Of You แต่ทว่าเพลงนี้มาเหนือกว่าด้วยการเป็น “คลิปที่มียอดวิวรวมสูงที่สุดในโลก” โดยเบียด See You Again และ Gangnam Style ร่วง —“Despacito” นั้นดังในแถบอเมริกาใต้มาพักใหญ่ ก่อนจะได้ Justin Bieber มาร่วมร้องด้วยในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ ช่วยส่งให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงดังระดับพลุแตกทันที อีกทั้งยังได้สร้างสถิติเป็นเพลงที่อยู่อันดับหนึ่งนานที่สุดคู่กับเพลง “One Sweet Day” ของ Mariah Carey and Boyz II Men ด้วย โดยฟาดไปนานถึง 16 สัปดาห์

 

3. Calvin Harris feat. Frank Ocean & Migos, “Slide”

ด้วยจังหวะที่โยกย้ายได้ มีกลิ่นอาย 80’s เบาๆ และเสียงของ Frank Ocean ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก เพลงมันให้ครบทั้งความรู้สึกตอนเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้นจากฟ้าและตอนเย็นที่พระอาทิตย์ลับของฟ้าของวันเสาร์อันสดใส เพียงปล่อยตัวไปตามเสียงเพลง ก็เหมือนได้รับการพักผ่อนชั้นดีเลยแหละ

 

2. Cardi B, “Bodak Yellow”

นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของศิลปินหน้าใหม่ที่เบียดศิลปินตัวท็อปหลายคนตกกระป๋อง ใครเล่าจะไปคาดคิดว่าศิลปินหญิงแรปเปอร์หน้าใหม่โนเนมอย่าง Cardi B จะมาสามารถพาซิงเกิลแรกของ Bodak Yellow ขึ้นอันดับหนึ่งบิลบอร์ดได้ อีกทั้งยังสร้างปรากฎการณ์เป็นศิลปินแรปหญิงเดี่ยวคนแรกในรอบเกือบ 20 ปีที่พา “เพลงเดี่ยว” ของตัวเองขึ้นอันดับหนึ่งได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณกระแสเพลง Viral ด้วย ที่พาให้วงการเพลงแร็ปครึกครื้นอีกครั้ง

 

1. Selena Gomez, “Bad Liar”

แม้ว่าจะไม่ใช่เพลงฮิตที่สุดแห่งปีของ Selena Gomez แต่บิลบอร์ดกล่าวไว้ว่า Bad Liar เป็นเพลงที่แสดงถึงพัฒนาการของ Selena ที่โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นได้อย่างชัดเจนมาก จากสาวน้อยสมัยที่ยังใช้ชื่อว่า & The Scene มาถึงอัลบั้ม Revival ที่เริ่มเกลาเสียงได้ดีขึ้น พอมาถึง Bad Liar พูดได้เลยว่านางมาแบบจัดเต็มสุด นางใช้เทคนิคเสียงกระเส่าเล็กๆในทุกพยางค์ ทั้งสาวเซเลน่ายังให้อารมณ์แบบอ่อนระทวย โดยเฉพาะท่อน “Ooooh, you’re taking up a fraction of my mind,” ที่เธอมาแบบน้อยแต่มากเรียบแต่โก้สุดๆ ทุกอย่างในเพลงนี้มันดูมีมนต์สะกด ด้วยเมโลดี้ที่พิลึกนิดๆที่พาไปติดหูแบบแปลกๆ จึงพาให้เพลงนี้มาอยู่ที่อันดับหนึ่งเพลงที่ดีที่สุดของปี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

billboard.com

เมาท์มอยกันได้เลยนะจ๊ะ

comments

You may also like...