มาทำความรู้จักกับ ‘TIDAL’ กัน!

ช่วงนี้คงเห็นศิลปินมากหน้าหลายตาแห่กันพูดถึง TIDAL ทั้งเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ หรือรูปคัฟเวอร์เป็น TIDAL กันหมด เราเลยจะมาคลายข้อสงสัยให้ได้อ่านกันนะจ๊ะ

TIDAL เป็นบริการสตรีมเพลง (นึกถึงพวก Deezer, KK Box, Spotify อะไรงี้อะ) ซึ่งถูกซื้อไปโดย Jay-Z
โดยจุดเด่นของ TIDAL คือ… สามารถฟังเพลงในรูปแบบ Lossless ได้! หรือคุณภาพเทียบเท่ากับแผ่นซีดีเลยทีเดียว

ซึ่งเมื่อเทียบกับ iTunes หรือ Spotify แล้ว จะเห็นได้เลยว่าคุณภาพต่างกันมากๆ (จากแผนภาพด้านล่าง)

tidal 1

 

โดยปกติคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นคนเล่นหูฟัง หรือพวก audiophile เนี่ยคงแยกความแตกต่างไม่ค่อยออกหรอก แต่คุณภาพดีกว่าก็แปลว่าต้องดีกว่าใช่มะ?
เพลงนึงนี่ไฟล์ใหญ่ขนาด 30mb เลยก็ว่าได้
อันนี้ไม่ต้องพูดถึงไฟล์ mp3 เลย เทียบกันไม่ติดแน่ๆ

อ้อแล้วก็… ยังสามารถดาวน์โหลดมาไว้ฟังแบบออฟไลน์เวลาไม่มีเน็ตได้อีกด้วย

 

นอกจากสตรีมเพลงแล้ว เอ็มวีก็มีด้วย! แถมเป็นคุณภาพแบบ High-def อีกต่างหาก

tidal 2

 

 

ที่น่าสนใจคือ ศิลปินมากมาย ต่างมาร่วมลงนามเซ็นสัญญากับ Tidal ในวันเปิดตัว และทุกคนกล่าวว่า TIDAL คือการปฏิวัติวงการดนตรี ด้วยการบริการสตรีมเพลงที่ดีขึ้น และเป็นแพลตฟอร์มดนตรีและสื่อบันเทิงอย่างแรกที่มีศิลปินเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง (ไม่ใช่ค่ายเพลง)

ในวันงานเปิดตัว มีการบอกว่าศิลปินที่เป็นเจ้าของ Tidal ได้แก่… Alicia Keys, Win Butler & Régine Chassagne, Beyoncé, Calvin Harris, Chris Martin, Daft Punk, Jack White, Jason Aldean, J. Cole, Jay Z, Kanye West, Deadmau5, Madonna, Nicki Minaj, Rihanna, Usher
มาทุกสายเลยจริงๆ

 

ส่วนรูปแบบในการให้บริการนั้น จะมีให้บริการทั้ง iOS, Android, PC และทางคลาวด์ต่างๆมากมาย เพียงแค่สมัครสมาชิกไอดีเดียวก็ซิงค์ได้ทุกอุปกรณ์
แต่ไม่มีบริการฟรีเหมือน Spotify นะ มีเพียงแต่ให้ทดลองใช้ฟรี 30 วัน หลังจากนั้นต้องเสียค่าบริการรายเดือน

 

ค่าบริการรายเดือน

แบบธรรมดาอยู่ที่ 12.99$ ต่อเดือน (สำหรับในมือถือ แต่ถ้าในคอม 9.99$ ต่อเดือน)
แบบ Hi-fi หรือ lossless จะอยู่ที่ 19.99$ ต่อเดือน

 

น่าเสียดายที่ยังไม่มีให้บริการในประเทศไทย แต่ถ้าใครมีไอดี iTunes Store ของ US ก็สามารถไปโหลดมาลองฟังฟรีได้ และก็เติม gift card เอาก็ได้

 

ไปดูวิดิโอเปิดตัว TIDAL กัน นึกว่าจะไปกู้โลก 555

 

มาดูความสามารถของ TIDAL กันดีกว่า ว่าทำอะไรได้บ้างS__1368074

1. พึ่งเปิดตัวก็มีเพลงเยอะมากกกกก เพราะศิลปินมากหน้าหลายตามาร่วมเซ็นสัญญากัน แม้แต่ Taylor Swift ยังเอาอัลบั้มเก่าๆมาลงสตรีมเลย (ยกเว้น 1989 ที่เธอประกาศกร้าวว่าจะไม่ลงสตรีมเด็ดขาด)

2. ค้นหาเพลงที่พึ่งออกใหม่ได้S__1368076

3. สร้าง Playlist ของตัวเองได้ หรือจะเลือกฟังจาก Playlist ที่ทาง TIDAL จัดไว้ให้แล้วก็ได้

 

S__1368080

 

4. หรือจะเลือกฟังตามประเภทเพลง (Genre) ก็ได้นะ

S__1368079

5. ดูเอ็มวีแบบ High-def ก็ได้S__1368077

 

6. ปรับตั้งค่าระหว่าง hifi กับธรรมดาได้

7. สามารถแชร์เพลงลงโซเชียลได้ โดยเมื่อแชร์ไปแล้วก็จะลิงค์ไปที่หน้าของ TIDAL

8. ค้นหาเพลงที่ใกล้เคียงกับเพลงที่เราฟังได้ (ด้วยปุ่ม Track Radio)

9. ดูข้อมูลเพลงนั้นๆได้

S__1368082

 

10. จะฟังแบบออฟไลน์ก็ง่ายนิดเดียว เพลงกดเลือกเพลงเข้าเพลย์ลิสต์ของเรา และจากนั้นก็กดปุ่ม Offline ในเพลย์ลิสต์ และมันก็จะดาวน์โหลดไฟล์ลงเครื่องเราไว้ แต่ไฟล์ใหญ่หน่อยนะ

 

 

 

 

 

 

S__1368087

 

11. ใครที่กลัว 3G หมด ก็สามารถตั้งค่าได้นะ ว่าจะฟังเพลงคุณภาพแบบไหน หรือว่าจะตั้งค่าให้มันดาวน์โหลดผ่านไวไฟอย่างเดียวก็ได้

 

S__1368094

 

 

สรุปแล้ว TIDAL ก็คือบริการสตรีมเพลงรูปแบบใหม่ ที่มีเพลงคุณภาพระดับ lossless ให้ได้ฟังกัน และไม่มีให้ฟังฟรีแบบ Spotify ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนศิลปินได้มากกว่า นั่นก็เป็นเหตุผลที่ศิลปินรุ่นใหญ่ๆทั้งหลายร่วมลงนามในสัญญานี้

เมาท์มอยกันได้เลยนะจ๊ะ

comments

AelitaX

เบียร์ ผู้สร้างบล็อคแปลเพลง http://www.aelitaxtranslate.com/ และผู้สร้างเว็บไซต์ http://www.interstarsupdate.com/

You may also like...