มาทำความรู้จักกับตลาดเพลงญี่ปุ่นกันเถอะ!

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมศิลปินทุกคนเวลาแวะมาเอเชีย ต้องแห่กันไปโปรโมทที่ญี่ปุ่นเสียทุกราย หรือแม้แต่ขนาดซื้ออัลบั้มใน iTunes ญี่ปุ่นยังได้สิทธิพิเศษ มีเพลงแถมให้พิเศษอยู่ประเทศเดียวอีก

เหตุผลนั้นไม่ได้อยู่ที่แค่ประเทศญี่ปุ่นนั้นซื้อแต่ของถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลอื่นๆประกอบอีกมากมาย
วันนี้เลยจะเอาข้อมูลและสถิติเกี่ยวกับตลาดเพลงญี่ปุ่นมาให้ได้ชมกัน

 

news_large_akb48_art090804

รู้หรือไม่ว่าญี่ปุ่นมีตลาดเพลงใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก! รองจากอเมริกาเท่านั้น

ถึงแม้ญี่ปุ่นจะมีประชากรนับเป็น 41% ของสหรัฐอเมริกา แต่กลับมียอดขายเพลงเกือบเท่าอเมริกาในปี 2012 (อ้างอิงจากรายงานของ IFPI)

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นมียอดขายสูงนั้น ก็คือกฏหมาย ที่มีโทษจำคุกแก่คนที่ดาวน์โหลดเพลงผิดกฏหมาย แต่ถึงอย่างนั้น กฏหมายนี้ก็พึ่งบังคับใช้ในช่วงกลางปี 2012 เท่านั้น
แล้วทำไมยอดขายถึงสูงได้เกือบ 4,500 ล้านได้ล่ะ?

1. เพลงในญี่ปุ่นราคาขายแพงที่สุดในโลก
ลองเทียบราคาเพลงใน iTunes ดู
บ้านเราขายเพลงละ 0.69$ (ประมาณ 20-22 บาท) อเมริกาเพลงละ 0.99-1.29$ (ประมาณ 30-40บาท)
แต่ญี่ปุ่น พี่แกล่อไป 250เยน หรือ 70-80บาท !!!
คุณพระ!!!! ยังกะซื้ออัลบั้ม!!!

อัลบั้ม 1989 ขายในไทย ราคา 6.99$ หรือประมาณ 230 บาท

อัลบั้ม 1989 ขายในสหรัฐอเมริกา ราคา 12.99$ หรือประมาณ 400บาท

อัลบั้ม 1989 ขายในญี่ปุ่น ราคา 1600เยน หรือประมาณ 450บาท

 

2. ซีดีเพลงไม่เคยมีการลดราคาเลย

เป็นสิบปีแล้วที่ราคาซีดีเพลงของญี่ปุ่นไม่เคยมีการลดราคาเลย มีแต่การเพิ่มของแถมเท่านั้น
เพราะมีกฏหมายคุ้มครองราคาอยู่ และราคาขายก็ถูกปรินท์แปะไว้บนหน้ากล่องอยู่แล้ว เลยเปลี่ยนไม่ได้ด้วย

$_57

 

3. นักสะสมมีจำนวนมาก

ถ้าใครเคยซื้อเพลงญี่ปุ่น จะเห็นว่ามีหลายรูปแบบมั้ง ทั้ง CD แถม DVD มิวสิควิดิโอ ทั้ง CD แถม DVD คอนเสิร์ต
แต่อีทุกแบบที่ว่ามาน่ะ… มันแยกกันขาย มันไม่จับมัดรวมกัน
อยากได้ DVD เอ็มวีเพลงกับ DVD คอนเสิร์ตงั้นหรอ ก็ซื้อไปเลยสองชุด T-T
หรือบางทีแค่เปลี่ยนปก ก็ซื้อละ….

tvxq2tvxq

 

4. ชาวญี่ปุ่นไม่ยอมรับการดาวน์โหลดผิดกฏหมายทุกประเภท

BitTorrent คืออะไร ไม่รู้จัก 4Shared คืออะไรไม่รู้จัก และค่านิยมนี้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก
ไม่ใช่แค่เพลงเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างบนเน็ตเลยแหละ
แต่ก็คงมีส่วนน้อยมากที่แอบโหลดผิดกฏหมายนะ

 

5. ยอดขายแบบแผ่นยังคงแซงหน้าแบบดิจิตอลอยู่

ในขณะที่อเมริกายอดขายแบบดิจิตอลพุ่งแซงแบบแผ่นไป แต่ญี่ปุ่นยังคงมียอดขายแบบแผ่นสูงกว่า
โดยปกติราคาขายแบบแผ่นมักแพงกว่าดิจิตอลอยู่แล้วด้วย พอซื้อแบบแผ่นมากกว่า ตลาดก็เลยโตกว่า

 

ข้อมูลจาก : Billboard

 

ทีนี้มาดูว่าขนาดตลาดเพลงทั่วโลกเป็นยังไงบ้าง

ตลาดปี 2012

1. สหรัฐอเมริกา ยอดขาย 4,481.8 ล้านเหรียญ
2. ญี่ปุ่น ยอดขาย 4,422.0 ล้านเหรียญ
3. สหราชอาณาจักร ยอดขาย 1,325.8 ล้านเหรียญ
4. เยอรมัน ยอดขาย 1,297.9 ล้านเหรียญ
5. ฝรั่งเศส ยอดขาย 907.6 ล้านเหรียญ

ตลาดปี 2013

1. สหรัฐอเมริกา 4,473.5ล้านเหรียญ
2. ญี่ปุ่น 3,012.0 ล้านเหรียญ
3. เยอรมัน 1,365.1 ล้านเหรียญ
4. สหราชอาณาจักร 1,303.5 ล้านเหรียญ
5. ฝรั่งเศส 956.2 ล้านเหรียญ

(ขนาดปี 2013 ยอดขายลดมาถึง 16% ก็ยังครองอันดับ 2 เอาไว้ได้)
ถ้าเทียบกับในเอเชียแล้ว ตลาดที่กำลังมาแรงอีกประเทศก็คือเกาหลีใต้ ที่มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 9.7% ในปี 2013 จากปี 2012
โดยมียอดขายปี 2012 ที่ 187.5 ล้านเหรียญ ปี 2013 ที่ 211.3ล้านเหรียญ ถือเป็นอันดับ 10 ของโลก

 

 

ไม่แปลกใจว่าทำไมญี่ปุ่นถึงได้สิทธิพิเศษมากกว่าชาวบ้านเค้า
ใครตีตลาดญี่ปุ่นได้ก็เท่ากับรวยเละ คอนเสิร์ตจัดกี่รอบก็เต็มหมด
แต่ถ้ามาไทยนี่โดนสปอนเซอร์กั๊กที่นั่งไปเป็นพันที่แทน อุ๊ปส์ ไม่ได้พาดพิงคอนเสิร์ตไหนเลยนะ

 

 

เมาท์มอยกันได้เลยนะจ๊ะ

comments

AelitaX

เบียร์ ผู้สร้างบล็อคแปลเพลง http://www.aelitaxtranslate.com/ และผู้สร้างเว็บไซต์ http://www.interstarsupdate.com/